ราคาทองพุ่งสูงสุด ทำ New High ( 28 ก.ค.)

ใครที่เทรดทองช่วงนี้ ก็คงใจเต้นรัวๆไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งบายหรือเซล เมื่อวานราคาก็พุ่งทะลุฟ้า แบบเหนือฟ้ายังมีฟ้า จนแนวต้านกระจุยกระจายเลยทีเดียว ใครบายไว้แล้วถือยาวหน่อย ก็ถือเป็นลาภก้อนโต

ราคาทอง

 

ส่วนใครที่เป็นชาวสวนต้องร้องขอชีวิตกันเลย เพราะราคาทองที่ขึ้นรอบนี้เป็น New high สูงสุดตลอดกาลได้ที่ 1981 เหรียญสหรัฐ /ออนซ์ ก่อนที่จะโดนแรงเทขายเพื่อทำกำไร สำหรับผู้ที่ซื้อมานานแล้ว เพราะมีธนาคาร สวิสมาเทขายทองคำไปครึ่งพอร์ต ประกอบกับกลัวจะโดนเทก่อน ถ้าราคาไป 2000$ ได้ตรงนั้นเป็นแนวจิตวิทยาเลยชิงเทขายกันไปก่อน โดยสามารถลงไปได้ต่ำสุด ถึง $1906/Onz ตกแบบสายสลิงขาดกันเลยทีเดียว แน่นอนว่า

 

อย่างไรก็ตาม กราฟก็กลับขึ้นมาเหนือ แนว 1920$ นั่นคือแนวต้านเดิมที่ ผ่านมา 9 ปีแล้วก็โดนทำลาย ซึ่งตอนนี้มายืนเหนือราคานี้ได้อย่างหล่อๆ และตอนนี้ บอกเลย ว่า การยืนเหนือแนวนี้ได้มีนัยยะสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ถือว่ากราฟได้ไป Pullback ราคาแนวรับนี้แล้วและยังยืนเหนือได้ อีก ดังนั้น วันนี้ หากว่ากันตามเทรนแล้ว กราฟ ราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปต่อได้อีกนะครับ

นักวิเคราะห์จาก YLG BULLION เปิดเผยว่า ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้นอีก 19.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแกว่งตัวผันผวนอย่างมาก ทั้งนี้ ราคาทองคำทะยานขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 1,981.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายดอลลาร์จากความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของCOVID-19 และความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่พ.ค.ปี 2018

 

gold

 

พร้อมกันนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี เกิดแรงทำกำไรออกมาหลังจากนั้น ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปีจนส่งผลให้ราคาทองคำดิ่งลงถึง 75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่สู่ระดับต่ำสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,906 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคำจะดีดกลับแรงในเวลาต่อมา โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจาก CB และดัชนีราคาบ้าน 20 เมืองในสหรัฐจาก S&P/CS ที่ออกมาแย่กว่าคาด

 

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ประกาศ “ขยายเวลา” โครงการเงินกู้ฉุกเฉินซึ่งจะหมดอายุในเดือนก.ย.ต่อไปอีก 3 เดือนจนถึงสิ้นปี รวมไปถึงแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังสินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐเผชิญความไม่แน่นอน หลังพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตขัดแย้งกันในหลายประเด็น นั่นทำให้ราคาทองคำฟื้นขึ้นมาปิดตลาดบริเวณ 1,959.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองวานนี้ +8.47 ตัน สำหรับวันนี้ จับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาแกว่งตัวผันผวนได้

 

ปัจจัยทางเทคนิค

หลังจากราคาทิ้งตัวลงแรงแม้ว่าจะมีแรงช้อนซื้อจนราคาฟื้นตัวขึ้น แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,969-1,981 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ระยะสั้นอาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,945-1,930 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ประเมินว่าเป็นเพียงแรงขายทำกำไรระยะสั้น โดยอาจจะเห็นราคาแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

 

กลยุทธ์การลงทุนลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,945-1,930 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,900ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,969-1,981 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้สามารถถือต่อ

No Comments

Post a Comment

Comment
Name
Email
Website

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.